การอนุรักษ์ป่าชายเลน

การปลูกและการฟื้นฟูป่าชายเลน มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการอนุรักษ์ระบบนิเวศชายฝั่งที่สำคัญนี้ไว้ให้อนุชนรุ่นหลังต่อไป การปลูกและฟื้นฟูป่าชายเลนเป็นมาตรการหนึ่งในการเลี่ยง และการลดผลกระทบเนื่องจากกิจกรรมการใช้ประโยชน์ป่าชายเลน การปลูกและฟื้นฟูป่าชายเลนช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของอาหาร ทั้งสารอาหาร ปริมาณอินทรีย์สาร และปริมาณสัตว์ทะเลหน้าดิน และเพิ่มความหลากหลายของถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ

ในการดำเนินการปลูกและฟื้นฟูป่าชายเลนไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่าย โดยมีการลงทุนมหาศาลอีกทั้งต้องการเทคนิคในการปลูกและฟื้นฟู โดยเฉพาะ ปัญหาอยู่ที่การกำหนดสภาพเดิมของป่าชายเลนก่อนมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะลักษณะเฉพาะของป่าชายเลนนั้นๆ และความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นต้น ปัญหาที่ตามมา คือ

1.  ไม่สามารถบอกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่เกิดขึ้นแล้ว และกำลังดำเนินต่อไป

2.  การขาดความเข้าใจในความแปรปรวนตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นในระบบนิเวศ

3.  การขาดความความรู้ในเรื่องการฟื้นฟูระบบนิเวศ และกระบวนการที่เกี่ยวข้อง

4.  การลงทุนที่สูงมาก

แต่อย่างไรก็ตามยังสามารถดำเนินการได้ โดยควรมีวัตถุประสงค์ที่แน่นอนในการปลูกและฟื้นฟูป่าชายเลน กิจกรรมการฟื้นฟูอาจทำได้ 4 วิธี คือ

1.  การลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การลดการตัดไม้ทำลายป่า

2.  การเติมวัสดุลงไป (พืช สัตว์ ปุ๋ย หรือการปรับสภาพดิน)

3.  การเร่งหรือการลดกระบวนการในระบบนิเวศ เช่น การเร่งการเกิดลูกไม้ตามธรรมชาติ

4.  การเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ เช่น การทลายคันดินกั้นน้ำ เป็นต้น

การฟื้นฟูสภาพป่าชายเลน ควรได้รับความร่วมมือจากนักวิชาการหลายสาขาวิชา ในการหาวิธีที่เหมาะสมที่ใช้ในการปลก และฟื้นฟูสภาพป่าชายเลนในแต่ละพื้นที่ และควรมีการประเมินผลของการปลูก และฟื้นฟูป่าชายเลนในแต่ละพื้นที่ว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ซึ่งควรดำเนินการศึกษาทั้งด้านวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ด้วย นอกจากนี้ควรมีการประเมินค่าการลงทุนด้วย เช่น ค่าใช้จ่ายในการเตรียมกล้าไม้ การปลูกทดแทนตลอดจนค่าปรับพื้นที่และการบำรุงรักษาด้วย ควรมีการประเมินผลผลิตที่ได้จากพรรณไม้ และการประมงด้วยว่าได้คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ ในแง่เศรษฐกิจนอกเหนือจากการประเมินทางด้านนิเวศวิทยา หรือการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน